หน้าฝน เป็นหนึ่งในฤดูกาลทั้ง 3 ของประเทศไทย โดยฤดูฝนในประเทศไทยนั้นจะเริ่มตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปีไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม จะรวมระยะเวลาหน้าฝนทั้งหมดประมาณ 5 เดือนครึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่นานกว่าฤดูกาลอื่นๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเรียนรู้และเตรียมวิธีรับมือกับหน้าฝน


อุปกรณ์ที่ควรพกพาช่วง หน้าฝน

หน้าฝน เรียกได้เป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีคนชอบนัก เพราะเดินทางไปไหนมาไหนได้ยาก ไม่สะดวกสบาย รถก็ติด ไหนยังจะต้องเตรียมพร้อมก่อนออกจากบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้เปียกอีกด้วย

ทางเซียนร่มจึงจะมาแนะนำอุปกรณ์ที่ควรพกพาในหน้าฝนให้ได้รู้กัน ดังนี้

  • ร่ม : เรียกได้ว่าเป็นของใช้คู่กับหน้าฝนเลยทีเดียว เหมาะแก่การพกพาติดตัวก่อนออกจากบ้านเสมอ นอกจากนี้ร่มยังเป็นอุปกรณ์ที่หาซื้อได้ง่าย มีหลากหลายขนาดขึ้นอยู่ที่ท่านเลือกตามความเหมาะสม
  • เสื้อกันฝน : บางครั้งท่านอาจจะไม่สะดวกที่จะถือร่ม เสื้อกันฝนจึงเป็นอีกทางออกหนึงที่ขอแนะนำ
  • หน้ากากอนามัย : เป็นอีกสิ่งที่สำคัญหากท่านต้องเดินทางบนรถร่วมกับผู้อื่น เพื่อป้องกันโรคร้ายแก่ตัวเอง เพราะหน้าฝนเป็นช่วงที่เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีและแพร่กระจายได้ง่าย จึงเหมาะแก่การพกพาหรือสวมใส่ก่อนออกจากบ้านเสมอ

ภาพ…


วิธีดูแลสุขภาพ

ในช่วงฤดูฝน เป็นช่วงที่อากาศมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี่ยวร้อนเดี่ยวฝน อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันจนทำให้มีอาการ เจ็บคอ น้ำมูกไหล เป็นไข้ได้ง่าย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลตัวเองให้เตรียมพร้อมรับมือกับอากาศที่แปรปรวนฝนช่วงหน้าฝนนี้

โดยทางเซียนร่ม ขอแนะนำ 3 วิธีดูแลสุขภาพ ให้พร้อมรับมือกับหน้าฝน

1.ดื่มน้ำเปล่า ทุกเช้าเพื่อช้วยสร้างสมดุลให้แก่ร่างกาย และนอกจากนี้ประโยชน์ของน้ำก็มีมากมายมหาศาล ส่วนจำนวนน้ำต้องดื่มในแต่ละวันขอแนะนำให้ดื่มพอดีกับน้ำหนักของตัวท่านเอง โดยทางเซียนร่มขอแนะนำเว็ปไซน์คำนวนน้ำหนักเพื่อให้ท่านได้ประโยชน์สูงสุดจากการดื่มน้ำกัน >>> https://www.honestdocs.co/how-much-water-to-drink-daily-calculator

2.พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นอีกปัจจัยที่สามารถทำได้ง่าย และได้ผลสูง เพราะการนอนหลับให้เพียงพอจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเวลาระยะเวลาในการนอนหลับของเราจะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ ดังนี้

  • อายุ  0-3 เดือน : 14-17 ชั่วโมงต่อวัน
  • อายุ  4-11เดือน : 12-15 ชั่วโมง
  • อายุ  1-2 ปี : 11-14 ชั่วโมง
  • อายุ  3-5 ปี : 10-13 ชั่วโมง
  • อายุ  6-13 ปี : 9-11 ชั่วโมง
  • อายุ 14-17 ปี : 8-10 ชั่วโมง
  • อายุ 18-25 ปี : 7-9 ชั่วโมง
  • อายุ  26-64 ปี : 7-9 ชั่วโมง เท่ากับตอนวัยรุ่น
  • อายุ  65 ปีขึ้นไป : 7-8 ชั่วโมง

3.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นปกติ อีกทั้งระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

*จะเห็นได้ว่าวิธีแต่ละอย่างที่แนะนำ หากทำอย่างสม่ำเสมอจะช้วยให้ร่างกายแข็งแรงทนทานต่อโรคภัยไข้เจ็บได้ ไม่ว่าจะฤดูไหนก็ตาม

ภาพ…


 

โรคร้ายที่มากับฝน

….

สภาพอากาศที่แปรปรวน เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนจนไม่รู้ว่าอยู่ฤดูไหนกันแน่ แต่สภาพอากาศเดาไม่ได้แบบนี้นี่ล่ะค่ะตัวการทำให้สุขภาพเราถดถอ­­­ย โดยเฉพาะในช่วงเข้าสู่ฤดูฝนของจริง อาจต้องเตรียมรับมือกันหนักกว่านี้อีกเยอะ เพราะโรคที่มากับหน้าฝนก็มีไม่น้อย เราจึงต้องคอยระวังให้ดี

ในช่วงรอบเดือนที่ผ่านมาสภาพอากาศของบ้านเรา ต้องเจอกับสายฝนที่โปรยปรายหนักเกือบทั่วทุกที่ของประเทศ ทำให้ผู้คนที่ใช้ชีวิตประจำวันต้องปรับตัวในการทำกิจวัตรประจำวันให้สอดคล้องเข้ากับสภาพดินฟ้าอากาศแบบนี้

1. กลุ่มโรคติดต่อทางน้ำและอาหาร

ที่พบบ่อย คือ โรคท้องเดิน โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน บิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ ตับอักเสบ เป็นต้น โดยสาเหตุเกิดจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อจุลชีพ อันก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารและลำไส้ ดังนั้นจึงควรระมัดระวังเรื่องอาหารการกินมากเป็นพิเศษ โดยควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ ใช้ช้อนกลาง และล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร

2. กลุ่มโรคติดเชื้อผ่านทางบาดแผลหรือเยื่อบุผิวหนัง

โรคกลุ่มนี้ที่พบบ่อยในฤดูฝน ได้แก่ โรคแลปโตสไปโรซิส หรือไข้ฉี่หนู และโรคตาแดง ซึ่งสาเหตุก็มาจากการสัมผัสกับน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อโรคที่มาพร้อมกับน้ำท่วมขัง น้ำเสียในท่อระบายน้ำ น้ำที่ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลจากทั้งคนและสัตว์ โดยกลุ่มเสี่ยงโรคนี้จะอยู่ในกลุ่มเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ประชาชนในพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วม คนงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และพนักงานขุดท่อระบายน้ำ เป็นต้น

3. กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ

แน่นอนว่าฤดูฝนต้องพาเอาโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ และปอดบวมมาด้วยแน่ ๆ เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนบวกกับเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่ป­­­นเปื้อนอยู่ในอากาศชื้นช่วงฤดูฝนจะเป็นพาหะของโรคระบบทางเดินห­­า­ยใจ อีกทั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรคยังง่ายมาก เพียงแค่ไอ จาม หรือสัมผัสกับน้ำมูกที่ปนเปื้อนเชื้อก็ป่วยตาม ๆ กันได้แล้ว

4. กลุ่มโรคที่มียุงเป็นพาหะ

– โรคไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออกจัดเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุง โดยไข้เลือดออกมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งกว่าร้อยละ 80 จะเกิดจากยุงลายที่อยู่ในบ้าน ดังนั้นเราจึงต้องกำจัดลูกน้ำยุงลายในบ้านให้หมดจด โดยเฉพาะในจุดที่มีน้ำท่วมขัง รวมทั้งพยายามปกป้องตัวเองและคนในบ้านจากการโดนยุงกัดด้วย

5. โรคมือ เท้า ปาก

โรคนี้พบบ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ โดยสาเหตุเกิดจากสภาพอากาศที่เย็นและชื้น ไวรัสที่เจริญเติบโตได้ในลำไส้ เช่น คอกซากีไวรัส เอนเทอโรไวรัส ซึ่งเป็นไวรัสตัวการที่ทำให้เกิดโรค มือ เท้า ปาก จะมีการแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วมากเป็นพิเศษ ทำให้เด็กเล็กที่ได้รับเชื้อไวรัสเหล่านี้จากการติดมากับมือหรื­­­อของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มแผลพุพอง หรืออุจจาระที่ปนเปื้อนเชื้อ ป่วยได้ง่าย


การดูแลสุขภาพในช่วงหน้าฝนของแต่ละคนจึงมีความสำคัญ เนื่องจากฤดูมรสุมแบบนี้ไม่ได้มีแค่สายฝนที่เทกระหน่ำลงมาเพียงอย่างเดียว แต่บรรดาสารพัดโรคชนิดต่างๆ ก็อาศัยในช่วงฤดูนี้ออกมาระบาดสู่คนในสังคมเช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ประกาศเตือนให้ เดือน มิ.ย.-ส.ค.นี้ เป็นช่วง 90 วันอันตรายและให้สาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลทุกแห่งเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยให้แพทย์ตรวจคัดกรองผู้ป่วยอย่างละเอียด โดยโรคที่ต้องระวังเป็นพิเศษ แบ่งได้เป็น 5 กลุ่มรวม 15 โรคได้แก่

1. กลุ่มโรคติดต่อของระบบทางเดินอาหาร ที่พบบ่อย ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน บิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ ตับอักเสบ สาเหตุเกิดจากกินอาหารดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรคหรือกินอาหารสุกๆ ดิบๆ

2.กลุ่มโรคติดเชื้อผ่านทางบาดแผลหรือเยื่อบุผิวหนัง โดยโรคที่พบบ่อยคือ โรคเลปโตสไปโรซิส หรือ ไข้ฉี่หนู อาการเด่น คือ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ มักปวดกล้ามเนื้อบริเวณน่องและโคนขาอย่างรุนแรงและตาแดง

3. กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ ที่พบบ่อยได้แก่ โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบหรือปอดบวม อาการเริ่มจากไข้ ไอ หายใจเร็ว หรือหอบเหนื่อย

4. กลุ่มโรคติดต่อที่เกิดจากยุง ที่สำคัญ 3 โรค คือ ไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหนะนำโรค ซึ่งกว่าร้อยละ 80 เป็นยุงลายที่อยู่ในบ้าน ไข้สมองอักเสบเจอี มียุงรำคาญ มักแพร่พันธุ์ในแหล่งน้ำตามทุ่งนาเป็นตัวนำโรคและโรคไข้มาลาเรีย มียุงก้นป่องที่อยู่ในป่า เป็นพาหนะนำโรค ทั้ง 3 โรคนี้ อาการเริ่มจากมีไข้สูง ปวดศรีษะมาก คลื่นไส้อาเจียน โดยเฉพาะโรคไข้สมองอักเสบ อาจทำให้พิการภายหลังได้ และ

5.โรคเยื่อบุตาอักเสบหรือโรคตาแดง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา


 

เมื่อโดนฝน

….

อากาศชื้น โรคภัยก็จะคอยแทรกแซงเข้ามาโดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัวได้ ซึ่งโรคหวัดเป็นโรคที่พบเห็นเป็นประจำในช่วงหน้าฝนได้ง่ายที่สุด โดยเกิดจากเชื้อไวรัสที่มีอยู่ในอากาศ ดังนั้นเราจึงมีโอกาสได้รับเชื้อได้ตลอดเวลาและจะแสดงอาการถ้าเรารับเชื้อเข้าไปในขณะที่ร่างกายอ่อนแอ เมื่อรู้สึกว่าเป็นหวัด ต้องรีบรักษาทันที ไม่เช่นนั้นไข้หวัดอาจลุกลามกลายเป็นโรคระบบทางเดินหายใจและปอดบวมได้ในที่สุดเมื่อเปียกฝนกลับมาควรอาบน้ำสระผมหาที่อุ่นๆ อยู่

มีโอกาสก็ให้สระผมทันที และที่สำคัญต้องใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมชนิดไม่ต้องล้างออกมาชโลมเส้นผมโดยเว้นบริเวณโคนไว้เพื่อป้องกันความมันบนหนังศีรษะ ใช้ไดร์เป่าผมเป่าให้แห้ง ควรหมักผมสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อบำรุงเส้นผมอย่างล้ำลึก เพราะน้ำฝนที่ตกลงมาจะชะล้างสิ่งสกปรกและเชื้อโรคในอากาศลงมาด้วย นอกจากทำให้ไม่สบายได้ง่าย เส้นผมและหนังศีรษะยังเกิดความชื้นสะสมด้วย ถ้าสระผมทันทีไม่ได้ ควรนำทิชชู


 

 

โรงงานผลิตร่ม ขายส่งร่มราคาถูกจากโรงงาน

หาสนใจซื้อร่มจากร้านขายร่มราคาถูกจากโรงงานสามารถติดต่อได้ตามที่อยู่ด้านล่างค่ะ ร้านขายร่มสำเพ็ง ขายส่งร่มจำนวนมาก ราคาถูก

ติดต่อโรงงานผลิตร่ม เซียนร่ม

เซียนร่ม | โรงงานผลิตร่ม ขายส่งร่มพรี่เมี่ยม 19/18 ม.2 ถ.พระราม 2 ซ.วัดพันท้ายนรสิงห์ ตำบล โคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร สมุทรสาคร 74000

เวลาทำการ จันทร์ - เสาร์ (8.00-17.00) หยุดวันอาทิตย์

ฝ่ายขาย : 098-3287854 , 061-6762488 Tel & Fax. : 02-9218852 , 034-106215 Website : zeanrom.com | Facebook : Zeanrom | Line : @ZeanRom